ขออำนาจศาลฯ ฝากขังผัดแรกพระ 5 รูปคดีเงินทอน

นิมนต์พระ 5 รูป-ฆราวาส 4 คน ร่วมกันฟอกเงิน คดีทุจริตเงินทอนวัดไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังผัดแรก พร้อมยื่นคัดค้านประกันตัว

พนักงานสอบสวนกองปราบปรามนิมนต์พระชั้นผู้ใหญ่ จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยาวรวิหาร รวม 5 รูปและฆราวาส4คนที่ถูกจับกุมตามหมายจับร่วมกันฟอกเงินคดีทุจริตเงินทอนวัด ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขังผัดแรก พร้อมยื่นคัดค้านประกันตัวท้ายคำร้องขอฝากขัง

ขณะที่ทนายความของผู้ต้องหาเตรียมหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัวแล้วเช่นกัน

สำหรับพระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูป ประกอบด้วย พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม , พระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ,พระวิจิตธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พร้อมผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีก 2 รูป คือพระศรีคุณาภรณ์ และพระครูสิริวิหารการสมจิต จันทร์ศรี ส่วนฆราวาส 4 คน คือผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทดีดีทวีคูณที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศ

ในส่วนวัดสระเกศตำรวจพบการทุจริตเงิน 2 ปีงบประมาณคือปี 2557 งบประมาณสนับสนุนโรงเรียนปริยัติธรรม ของ วัดสระเกศ จำนวน 87.5 ล้านทั้งที่วัดสระเกศไม่มีการจัดตั้งโรงเรียนดังกล่าว แต่กลับรับงบประมาณดังกล่าวมาจึงมีความผิดชัดเจน

ส่วนความผิดใน งบประมาณ ปี 2559 แบ่งเป็น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการอบรบคุณธรรม งบประมาณ 37.2 ล้านบาท ถูกนำไปกระจายให้วัด 2 แห่งในต่างจังหวัดรวม 8 ล้านบาทและได้มีการทอนคืนวัดสระเกศ 29.2 ล้านบาท โดยตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเงินที่ทอนคืนวัดนั้น ได้คืนให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรืออยู่ที่ผู้ใดและโครงการศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา งบประมาณ 32.5 ล้านบาท ซึ่งตำรวจพบว่างบดังกล่าวไม่ได้นำไปใช้บำรุงศาสนาแต่อย่างใด แต่ถูกโอนเข้าบัญชีของน.ส.นุชรา สิทธินอก จำนวน 25 ล้านบาท และนายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี อีก 5 ล้านบาท ทำให้ทั้ง 2 เข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินด้วย

สำหรับวัดสามพระยาวรวิหาร และวัดสัมพันธวงศาราม ตำรวจพบว่าได้รับเงินงบประมาณมาวัดละ 5 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นงบอุดหนุนวัด แต่เงินถูกโอนเข้าบัญชีฆราวาส รวม 9 บัญชี .-สำนักข่าวไทย